วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Oishi

ประมาณเดือที่แล้วได้มีโอกาสฟาแฟนไปหาอาหารญี่ปุ่นทานที่ เซ้นทรัล ท่ากูบ สุราษฎร์ธานี ที่ร้าน ชาบูชิ โดยส่วนตัวผมคิดว่าการทานชาบูชิจะทานก็ต่อเมื่อต้องการดื่มด่ำบรรยากาศของความเมามันส์และการแย่งชิงที่นั่งจากลูกค้าท่านอื่นๆ ที่กำลังรอต่อคิวเหมือนกับเราเท่านั้น ลองคิดดูครับ ราคาสามร้อยบาทปลายๆ ต่อหนึ่งคนในเวลาชั่วโมงครึ่งคงจะทานแบบชิลๆ ไม่ได้ เพราะแลดูจะไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายไป

 การทานชาบูชิที่ดีจึงต้องมีการเตรียมตัวและปลุกเร้าให้ตัวเราและคนรอบข้าง เช่นเพื่อนๆ พี่ ๆ หรือแฟนเกิดความฮึกเหิม ลำพองมีอารมณ์ที่พร้อมจะทำลายล้าง  บด  เคี้ยวเนื้อสัตว์และผักให้พินาศย่อยยับลงไปในกะเพาะของเราอย่างรวดเร็ว 

เผอิญว่าวันนั้นเป้นวันธรรมดาที่คนไม่ค่อยคับคั่งนัก เวลา 11.30 น. เราสองคนได้ยินเสียงพนักงานเรียกคิวที่เราถืออยู่พอดี  เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกที่นั่ง ผมแอบเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างและฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าที่นั่งที่เหมาะสมที่เราสองคนควรจะนั่งจะต้องอยู่ที่บริเวณใกล้กลับทางออกและต้องหันหน้าออกนอกประตู แต่...

" ตัวเอง เค้าอยากไปนั่งตรงโน้น มันอยู่ใกล้ไอติมอ่า " พลัน แฟนผมก็ดึงมือผม 
" ที่นั่งตรงใกล้กับทางเข้า ออกดีกว่านะ มีอาหารสมองเล็กๆ ด้วยละ " ผมดึงความสนใจ
" อาหารสมองอะไร  เรามากินอาหารญี่ปุ่นกันนะ ไปนั่งตรงโน้นดีกว่า" แฟนผมแย้ง
" เอาตรงใกล้ทางเข้า ออกเหอะ เดี๋ยวลวกกุ้งให้กิน " 

แน่นอนครับ พอบอกว่าจะลวกกุ้งให้ปุ๊บ ว่านอนสอนง่ายขึ้นมาทันที และสุดท้ายก็ได้ที่นั่งที่หันหน้ามองทางเข้า ออก แบบพอดี


หลังจากที่ทานกันอิ่มมมมมม แปร้ แต่ยังไม่หมดเวลาที่ทางร้านกำหนด แฟนผมก็เปิดประเด็นขึ้นมาว่า 

" อาหารสมองนี่อย่าบอกนะว่าเป็นเรื่องหุ้นอีก ใช่ไหม " แฟนผมพูดเชิงทายใจ
" ใช่ ที่นั่งตรงนี้เพราะกำลังคิดถึงพื้นฐานรายได้ของกิจการ โดยนับที่นั่งในจอคอมพิวเตอร์ (ที่อยู่ในรูป) ตรงทางเข้า ออกของชาบูชิว่ามีทั้งหมดกี่ที่นั่ง และมีการใช้บริการทุกที่นั่งหรือไม่ ทำให้เราสามารถจะคำนวนเม็ดเงินที่ชาบูชิจะได้รับในอีกชั่วโมงครึ่งข้างหน้านี้ (เพราะทุกคนกินโดยใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงครึ่ง แล้วจึงลุกขึ้นไปจ่ายเงิน ) นับคร่าวๆ ได้ประมาณ 80 ที่นั่ง ไม่รู้ใกล้เคียงหรือป่าวเพราะสายตาไม่ดี " ผมกล่าว

จากที่ผมสังเกตการณ์ด้วยสายตาของตัวเองเวลามาเที่ยวที่ เซ็นทรัล ท่ากูบ สุราษฎร์ธานี มักจะเดินมาแวะเวียนชาบูชิทุกครั้งและสิ่งที่ผมเห็นคือ 

ในช่วงวันธรรมดา ที่นั่งในร้านจะเต็มเนืองแน่นไปด้วยลูกค้ามากที่สุดคือ ช่วงพักเที่ยง และ ช่วงประมาณหกโมงเย็นเป็นต้นไป ส่วนนอกเหนือจากเวลานี้ ลูกค้าจะบางตา ผมประมาณการณ์ให้วันธรรมดา จำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเวลา 10.0015.00 น. อยู่ที่ 80 คน  (มีลูกค้าเข้า 16 คน ต่อชั่วโมง)  และจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ 15.00-21.00 น. อยู่ที่ 120 คน  (มีลูกค้าเข้า 20 คน ต่อชั่วโมง) รวมแล้ว 200 คนต่อวัน  ราคาคนละ 375  บาท ฉะนั้น กิจการจะมีเงินสดเข้ามา  75,000 บาท ต่อวัน

ส่วนในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์  คนก็จะหยุดงานกันและมาเที่ยวกันเยอะขึ้น เงินสดที่เข้ามาก็คูณสองเท่าไปเลย ฉะนั้นตัวเลขแบบคร่าวๆ ก็จะอยู่ที่ 150,000 บาท ต่อวัน

ในแต่ละสัปดาห์จะมีวันหยุด 2 วัน และ วันทำงาน  5 วัน ถ้าจะสรุปรายได้รายสัปดาห์ก็จะอยู่ที่ ( 2 วัน X 150,000 บาท ) + ( 5 วัน X 75,000 บาท ) รวมกันแล้วจะเท่ากับ 675,000 บาท

ถ้าคิดเป็นรายเดือนที่มีสี่สัปดาห์ ก็จะเป็น ( 4 สัปดาห์ X 675,000 บาท) รวมแล้วจะได้ 2,700,000 บาท ต่อเดือน  

นี่คือการคิดแบบคร่าวๆ หยาบๆ ไร้ความแม่นยำ แต่ทำให้เห็นภาพความจริงได้เป็นอย่างดี
ส่วนรายจ่ายของกิจการผมยังไม่มีอารมณ์จะคิดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี แค่ลองคิดดูแบบหยาบๆ อีกเช่นกันนะครับว่ากิจการนี้เมื่อหักรายจ่ายหมดแล้วรายรับสุทธิที่จะถึงมือเรา (แบบไม่โลภนะ) อยู่ที่ 10% นั่นหมายความว่าเราจะมีเงินสดให้ใช้ที่ 27,000 บาทต่อเดือน


ส่วแนวคิดการตีมูลค่าของผมนั้น ง่ายๆครับ กับคำถามทีว่า
" สมมุติว่า ถ้าตัวผมเป็นเจ้าของชาบูชิ สาขา เซ็นทรัล ท่ากูบ สุราษฎร์ธานี แล้วมีคนสนใจจะมาซื้อกิจการต่อ ผมจะขายเขาเท่าไหร่ "
 คำตอบนี้คงต้องหากันเองนะครับ

........................................................................................................................

หุ้น OISHI ตอนนี้ ถือว่าใกล้จะลงมาทดสอบแนวต้านทางเทคนิคเต็มที เรียกได้ว่าขาลงแบบเต็มสูบ เพราะกราฟราคายังไม่สามารถโผล่พ้นเส้น EMA 10 ขัึ้นไปได้มาหลายเดือนแล้ว  แต่ผมว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจ เพราะถ้าซื้อแล้วราคาลงไปทดสอบแนวต้านแล้วยืนไหวก็ถือ ถ้าหลุดอีกก็ตัวใครตัวมันนะครับ 5555










 












ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น